.
.
๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
 
ห้วงคิดในตอนนี้ รู้สึกว่าแปลกดีที่ได้มาอัพบล็อก
จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ สรุปว่า..ยกความดีความชอบให้กับน้องน้ำ(ท่วม) ก็แล้วกัน
เพราะปกติคงต้องนั่งทำงาน และไ่ม่มีโอกาสได้เล่นเน็ตตอนกลางวัน
น้ำท่วมก็ดีเหมือนกันเนอะ...Cool
ได้อัพบล็อกตามนัดหมายคำเชิญชวนของคุณแม่ตูดเป็ด และ คุณเจียว..
.
.
ห่างหายกันไปนาน จนบางเสี้ยวในห้วงคำนึงก็คิดว่า "คงไม่ได้อัพบล็อกในบ้านนี้อีกแล้ว"
แต่สุดท้าย บ้านก็คือบ้าน กลับมาเมื่อไร นั่งลงรวบรวมลมปรานจากแรงบันดาลใจของเพื่อนบ้านสักพัก
ก็กลายเป็นว่า นั่งพิมพ์ไปได้เรื่อย ๆ แม้จะมีโทรศัพท์เรื่องงานเข้ามาเป็นระยะ ๆ ต้องตอบเมล์อยู่เนือง ๆ
.
.
ย้อนอดีตไปวันที่ ๑๒ ตุลาฯ ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นวันสุดท้ายที่ได้ไปทำงานที่โรงงาน
หลังจากวันนั้น..ก็เตรียมตัวเตรียมใจรับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มที่
ด้วยเพราะเคยมีประสบการณ์กับเรื่องน้ำท่วมมาพอสมควร
การอยู่ท่ามกลางสายน้ำ เป็นชีวิตที่ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไร
การตุนของที่เราชอบจึงเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงนี้ Undecided
.
.
อาทิตย์แรกกับการอยู่กับน้องน้ำระดับเข่า
มิได้ขัดสนแต่อย่างไร อาหารพร้อม น้ำไฟก็พร้อม
แต่หลังจากที่ระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
๑๙ ตุลาคม..กรรมการหมู่บ้านและหอพักจึงจำใจประกาศว่า
ต้องตัดน้ำในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้านี้
.
.
สิ้นเสียงประกาศ..ความโกลาหลก็เกิดขึ้น..
ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ (เหรอ?) คนนึงกุลีกุจอจากเตียงนอน
ลุกขึ้นอาบน้ำสระผม และโกยทุกสิ่งอย่างที่คิดว่าจำเป็นลงกระเป๋าเป้
ระหว่างที่โกยก็รำพึงกับตัวเอง
 
"นี่ก็สำคัญ โน่นก็จำเป็น นั่นก็ด้วย นี่ก็ใช่"
 
แต่พอยกขึ้นสะพายหลัง..
เอ่อ..อืม.....มันหนักไปแฮะ !
เริ่มคุ้ยของจำเป็นออกมาที่ละชิ้น
ในเสี้ยวคิดก็คำนึงไปเรื่อย ๆ ว่า..
 
"อันนี้ไม่ต้องก็ได้ อันโน่นค่อยไปหาซื้อก็แล้วกัน"
 
สุดท้ายได้เสื้อผ้ามาไม่กี่ชุด กับ Note book คู่บุญ
เตรียมพร้อมที่จะลุยน้ำเข้ากรุง..
โทรศัพท์ไปชวนเพื่อนที่อยู่ตึกข้าง ๆ ให้ไปด้วยกัน
หว่านล้อมเท่าไรแต่เพื่อนก็ไม่ไป เพราะต้องรอแฟนก่อน
เสี้ยวหนึ่งก็นึกดีใจว่า ดีนะที่ฉันอยู่คนเดียว
ตัดสินใจฉับ ๆ ได้เลยไม่ต้องรอใคร..
.
.
ปิดห้องเรียบร้อย แต่ไม่สับคัตเอ้าท์เพราะของที่ตุนไว้ในตู้เย็นเยอะมาก
เสี่ยงดวงเอา..ถ้าไม่ตัดไฟของก็ไม่เน่า แต่ถ้าตัดไฟ ก็ค่อยกลับมาทำศพตู้เย็นอีกที..
เดินลงมาจากหอชั้น 4 ผู้คนหนาแน่นมาก..
คนทยอยออกจากที่พักกันเยอะหลังจากที่ประกาศตัดน้ำ
เิดินลุยน้ำระดับเสมอจิ๋มออกมา.. (18+นะคะผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ !)
Tongue out  so sad มาก
แต่เสี้ยวหนึ่งก็คิดได้ว่า...ก็ยังดีนะที่น้ำยังไม่เน่า..
.
.
หลังจากนั้นสภาพผู้ลี้ภัยก็กลายเป็นบ้านนอกเข้ากรุง
ขึ้นรถสองแถว ต่อรถตู้ ขึ้นรถไฟฟ้า
สุดท้ายจบที่แท็กซี่กว่าจะถึงบ้านเพื่อน..
ในสภาพสะบักสะบอมและเปียกในช่วงล่างงงง
ขอบอกค่ะ ขอบอก..เหนื่อยมากกกกกก...
.
.
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ครบหนึ่งเดือนกับอีกห้าวันแล้วที่ไม่ได้กลับห้อง
ตารางชีวิตเปลี่ยนไปมากมาย
ตะเวนไปนอนบ้านเพื่่อน แวะไปเที่ยวนู่นนี่นั่นบ้างนิดหน่อย แต่รูปไม่นิดหน่อยเลย 55+
ทำงานผ่านเน็ต
เข้า office ชั่วคราวที่อโศก เผชิญโลกชาวเมืองในแบบที่เราไม่เคยต้องการ
.
.
การแย่งใช้ชีวิตในเมืองกรุงไม่เหมาะกับฉันเลยจริง ๆ
แต่ทำอย่างไรไ้ด้ ชีวิตก็เหมือนนาฬิกาที่ต้องเดินไปข้างหน้า
แม้จะโดนลดเงินเดือน แม้จะกลายเป็นผู้ประสบภัย
แต่เสี้ยวหนึ่งใีนห้วงคำนึง ฉันก็คิดว่า "ดีนะที่ยังได้ใช้ชีวิตอยู่"
.
.
ตอนนี้ที่ทำงานของฉันคล้้าย ๆ กับหนังเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้
แย่งชิงพื้นที่กันสุด ๆ เด็กใครสายใครล็อบบี้กันจ้าละหวั่น
ถือว่าฉันโชคดีที่งานของฉันไม่มีใครทำแทน ฉันจึงได้อยู่ต่อ
แต่ก็แอบคิดไม่ได้ว่า อนาคตข้างหน้า..เราต้องทำงานกับเหล่าเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย
มันจะลำบากเพียงไร?
.
.
น้ำท่วมครั้งนี้ ถือว่าฉันโชคดีมาก ๆ ที่ไม่ตกงาน
แต่ขนาดองค์กรเล็ก ๆ อย่างบริษัทที่ฉันทำอยู่
ยังวุ่นวาย แก่งแย่ง เชือดเฉือนกันขนาดนี้
ภาครัฐ ระดับประเทศจะขนาดไหน
คิด ๆ แล้วก็หดหู่ ฉันว่าฉันหยุดคิดแล้วหันไปพึ่งซีรีส์ดีกว่า 55+ 
ช่วงนี้ได้ซีรีส์มาหนึ่งเรื่อง gossip girl 
 
xoxo 
you know, you love me.
 
สนุกดีค่ะ น้ำเน่าได้ใจ..คลายเครียดเรื่องน้ำท่วมได้เยอะเลย
.
.
พิมพ์มาพอสมควร..ฉันเอนหลังนอนบนเตียงดูโคมไฟบนเพดาน
ชีวิตเงียบ ๆ หลังจากเพื่อนออกไปทำงาน
เสี้ยวหนึ่งในห้วงคำนึง ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า
 
"ทำไมคนดี ๆ บนแผ่นดินนี้มีน้อยจัง"
.
.
อ่า..ฉันเริ่มจะเีขียนอะไร ๆ น้ำเน่าอีกแล้ว
เอาเป็นว่าขอภาวนาให้วิกฤตต่าง ๆ ผ่านพ้นไปด้วยดี
ฉันเคยอ่านและได้ยินมาบ่อย ๆ ว่า
 
"ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ" 

สู้ สู้ ..นะคะ โชคดีค่ะ
.
.
Cool
รักนะ จุ๊บ จุ๊บ
 
ปล. ขออนุญาตอัพบล็อกก่อนเที่ยงนะคะ..