.

.

 เมื่อคืนอ่านหนังสือก่อนนอนเรื่อง กัมพูชาพริบตาเดียว ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2

ยังอ่านไม่จบเลยค่ะ..รู้สึกเหมือนกำลังตามเก็บอดีตที่เราเผลอวางลืมเอาไว้

และรู้สึกแบบนี้กับหนังสือหลายเล่มทีเดียว...

สะดุดกับตอนที่คุณนิ้วกลมเขียนเรื่อง "ความผูกพัน"

เขาเขียนว่า...

 

พูดถึงความผูกพัน, ผมนึกถึงสิ่งที่สุนัขจิ้งจอกบอกกับเจ้าชายน้อย

"สำหรับฉันแล้ว ตัวเธอในขณะนี้ก็เป็นเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

ที่เหมือน ๆ กับเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ อีกเป็นแสนคน

ฉันไม่ต้องการเธอเลย และเธอเองก็ไม่ได้ต้องการฉันเช่นกัน

เพราะฉันเป็นเพียงสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง ที่เหมือนกับสุนัขจิ้งจอกเป็นแสน ๆ ตัวอื่น ๆ

แต่ถ้าหากเธอฝึกให้ฉันเชื่อง หรือคุ้นเคยด้วยแล้ว

คราวนี้เราต่างก็จะต้องการกันและกัน

เธอจะกลายเป็นหนึ่งเดียวในโลกสำหรับฉัน

และฉันก็จะกลายเป็นหนึ่งเดียวในโลกสำหรับเธอ"

 

แล้วเจ้าชายน้อยก็ได้ฝึกสุนัขจิ้งจอกจนเชื่อง

 

และเมื่อเวลาแห่งการลาจากมาถึง

สุนัขจิ้งจอกคร่ำครวญว่าอยากร้องไห้

แล้วบอกให้เจ้าชายน้อยไปเดินดูกุหลาบในสวน

ที่จะไม่มีดอกไหนเหมือนดอกกุหลายของเจ้าชายน้อยเลย

เจ้าชายน้อยเดินไปพูดไปในสวนกุหลาบว่า

"อ๋อ...ใช่ สำหรับดอกกุหลาบของฉันน่ะหรือ ใครเผอิญผ่านไปมา

อาจเห็นว่ากุหลาบของฉันก็ธรรมดาเหมือนกับพวกเธอ

ทว่าดอกกุหลาบดอกเดียวนั้นต่างหาก ที่มีความสำคัญต่อฉันยิ่งนัก

ทั้งนี้เพราะฉันเป็นคนรดน้ำให้เธอ

เพราะฉันเป็นคนเอาโถแก้วไปครอบให้เธอ

เพราะฉันเป็นคนทำที่บังลมให้เธอ

เพราะฉันคอยเป็นคนกำจัดหนอนให้เธอ..

ฉันนี่แหละเป็นคนคอยฟังเธอพร่ำบ่น

คุยโม้โอ้อวด หรือทนดูเธอเฉยเมยนิ่งเงียบ

ทั้งหมดนี้ก็เพราะเธอเป็นดอกกุหลาบของฉันนั่นเอง"

 

เมื่อกลับมาสุนัขจิ้งจอกบอกความลับกับเจ้าชายน้อยว่า

 

"ช่วงเวลาที่เธอเสียไปเพื่อดอกกุหลาบนั้นเอง

ที่ทำให้ดอกกุหลาบของเธอมีความหมายสำคัญมากมายขนาดนี้"

 

"คนเราลืมความจริงข้อนี้กันหมดแล้ว แต่เธอต้องไม่ลืมนะ

เธอจะต้องรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่เธอผูกพันด้วยตลอดไป

เธอต้องดูแลรับผิดชอบต่อกุหลาบของเธอ"

 ................................

หากความผูกพันนั้นต้องอาศัยระยะเวลา

และหากภารกิจของความผูกพันเป็นจริงอย่างที่สุนัขจิ้งจอกบอกกับเจ้าชายน้อย

"เธอจะต้องรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่เธอผูกพันด้วยตลอดไป"

ผมคิดว่า,

คนเราไม่ควรมีดอกกุหลาบมากเกิน

 

*** เนื้อหาบางส่วนจาก "เจ้าชายน้อย" โดย อองตวน เดอ แซง-เตกซูปรี แปลโดย พงาพันธุ์ สำนักพิมพ์ ศรีสารา*** (คัดลอกมาจากในหนังสือ กัมพูชาพริบตาเดียว) 

 

..................................................

 

ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าเรามีเพื่อนน้อยไปหรือเปล่า

ยามที่เราไปดูหนังคนเดียว..

เราแปลกประหลาดหรือเปล่า??

ที่ปฏิเสธไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนโดยเลือกจะนอนอ่านหนังสืออยู่กับบ้าน

เรามีโลกส่วนตัวสูงไปหรือเปล่า??

ที่สื่อสารอะไรแล้วคนรอบข้างเข้าใจยาก (ในบางครั้ง)

แต่พอมาอ่านประโยคที่ว่า  "คนเราไม่ควรมีดอกกุหลาบมากเกิน"

 

เหมือนมีคนมาเปิดไฟหัวเตียงให้ หลังจากที่เราพยายามหาสวิซต์ของมันมานาน

นั่นสิ..เราจะมีเวลาดี ๆ ให้กุหลาบกี่ดอกกันเชียว

การดูหนังคนเดียว..มันก็ไม่เสียหายอะไรนี่..

ดีกว่าการไปบังคับคนอื่นมาดูเป็นเพื่อน

แล้วบางครั้งมาเสียความรู้สึกกับคำวิจารณ์ของเพื่อนที่พูดว่า

"หนังอะไรก็ไม่รู้ ไม่สนุกเลย"...

ทั้ง ๆ ที่เราชอบหนังเรื่องนั้นเรือหายเลย..

.

.

การเลือกอ่านหนังสืออยู่กับบ้านแทนที่จะไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน..

ก็ไม่ได้ทำให้เพื่อนอดไปเที่ยวนี่นา ฉันไม่ไปก็ยังมีคนอื่นไป...

วันอื่นยังมี..วันนี้ขออ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนล่ะกัน..

(อ้อ..ฉันไม่บอกเหตุผลเพื่อนหรอกนะว่า ไม่อยากไป

เพราะกำลังติดหนังสือเล่มหนึ่งอยู่..

ฉันมักจะอ้างงาน หรือไม่ก็ธุระที่บ้านแทน...

บางครั้งการโกหกก็ทำให้เพื่อนรู้สึกดีกว่าพูดความจริง...เอิ๊ก ๆ)

.

.

การสื่อสารอะไรแล้วคนรอบข้างเข้าใจยาก..

อาจเพราะฉันเรียงคำในประโยคไม่สละสลวยเลิศหรู...

ทำให้คำที่ฉันพูดแปลกไปจากคำปกติที่ใช้ ๆ กันอยู่ก็เป็นได้..

บางครั้ง..ฉันถอนหายใจเบา ๆ ด้วยหน้าตาตลก ๆ แล้วพยักหน้า 

หลังจากที่ผู้บริหารถามว่าฉันพอจะทำงานชิ้นนี้ไหวมั้ย??

อาการแบบนั้นฉันพยายามจะสื่อว่า ฉันลำบากใจเล็ก ๆ นะ แต่ฉันจะพยายาม...

 

บางครั้ง...ฉันเอามือหนึ่งปิดปาก และอีกมือกุมขมับ 

หลังจากที่เจ้านายถามว่าเข้าใจมั้ย???

ฉันพยายามจะสื่อว่า สมองอันน้อยนิดของฉันเริ่มจะไม่ไหวแล้ว..

และตอนนี้ฉันไม่สามารถรับประทานความรู้อะไรเพิ่มได้อีก..ขอพักหน่อยเถอะ..

 

แบบนี้หมายความว่าฉันเป็นคนสื่อสารอะไรเข้าใจยากหรือเปล่า?

ฉันพยายามที่จะพูดมากขึ้น..แต่บางครั้งกลายเป็นว่าฉันพูดไม่รู้เรื่อง

เพราะฉันมัวแต่พยายามจะอธิบายให้ใครต่อใครเข้าใจมากขึ้น

 

ตอนนี้ฉันค้นพบความลับในใจฉันแล้วค่ะ...

ฉันไม่ได้ต้องการให้เขาเหล่านั้นมาเข้าใจฉันจนทะลุปรุโปร่ง...

ฉันอยากที่จะเป็นคนลึกลับ..(แต่ไม่มีเงื่อนให้ซ่อน) เล็ก ๆ

ไม่ต้องการที่จะเปิดเผยอะไรมากเกินไป

ฉันเป็นคนแบบนี้ล่ะค่ะ..เอิ๊ก ๆ 

ใครจะว่าฉันเข้าใจยาก..ฉันก็มีความสุขที่จะเป็นคนแบบนี้...55555

(อ่านแล้วพอจะเข้าใจหรือเปล่าค่ะเนี่ยะ???)

..........................................................

และอีกหนึ่งประโยคที่ อยู่ในห้วงคำนึงของฉันก่อนสติจะเลอะเลือนลอยหายไปในความฝัน

ตอนนี้เราเป็นสุนัขจิ้งจอก เป็นเจ้าชายน้อย เป็นดอกกุหลาบของใครบ้างนะ??

ฉันว่าตอนนี้ฉันเป็นสุนัขจิ้งจอกของใครคนหนึ่ง..

ฉันแสดงออกว่าใครคนนั้นต้องรับผิดชอบที่ทำให้ฉันเชื่องเช่นนี้

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสักวันเราต้องร่ำลากัน...

หลาย ๆ ตอนฉันก็เลยเรียกร้องให้เขาต้องทำให้ฉันรู้สึกดี..ต้องให้เวลากับฉัน

ฉันต้องเป็นดอกกุหลาบ และ เขาต้องเป็นเจ้าชายน้อย..

ฉันคิดไปเองว่าฉันต้องไม่เหมือนกุหลาบดอกอื่น..โดยลืมคิดไปว่า

เขาเต็มใจจะเป็นเจ้าชายน้อยของฉันหรือเปล่า?

.

วันนี้เข้าใจแล้วว่า..ฉันเป็นแค่สุนัขจิ้งจอกที่นับเวลาถอยหลังเข้าสู่ห้วงยามแห่งการจากลา

หลังจากที่ฉันพยายามเอาคำว่า "เพื่อน" มาสานเป็นสายใยบาง ๆ เอาไว้

ฉันยังไม่พร้อมที่จะร่ำลา..

แต่ฉันจะยอมรับความจริงเหมือนกับสุนัขจิ้งจอกของเจ้าชายน้อย

เมื่อวัน-วันนั้นมาถึงจริง ๆ

และฉันคงไม่ยึดเจ้าชายน้อยไว้ด้วยประโยคที่ว่า

"เธอจะต้องรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่เธอผูกพันด้วยตลอดไป"

.

.

ก่อนที่จะเป็นดอกกุหลาบของใคร

ควรคิดถึงยามที่เราต้องเป็นสุนัขจิ้งจอกบ้าง

.

.

Comment

Comment:

Tweet

ดอกกุหลาบบางดอก ก็ควรให้เติบโตด้วยตัวเองและเรามองชื่นชมอยู่ห่างๆนะครับ
เย้ย มือไปโดนกดส่งเร็วไปหน่อย
แบบว่าไม่รู้จะอธิบายไงดีแฮะ ไม่ใช่ว่าจะไม่อยากทำความรู้จักกับใครเลยนะคะ แต่แบบว่าบางทีก็ไม่อยากให้เขามารู้จักเรามากไป แล้วเราก็ไม่อยากรู้จักกับใครมากไป

บางทีก็เหงาเหมือนกันนะ เหมือนคบกันผิวเผินไปหรือเปล่า มาคิดๆดูแล้วความสัมพันธ์นี่มันลึกซึ้งจังเลยเนอะ

#16 By gallantfoal on 2009-06-28 19:47

Hot! Hot!
เขียนได้ซึ้งมากเลยค่ะ
ก่อนที่จะเป็นดอกกุหลาบของใคร

ควรคิดถึงยามที่เราต้องเป็นสุนัขจิ้งจอกบ้าง

เพราะคิดแบบเดียวกับจขบ เลยค่ะ เวลาที่จะเริ่มต้นรู้จักกับใครเรามักจะรู้สึกกลัวแบบแปลกๆทุกครั้งเลย วันนึงเราจะไปทำให้เขาเกลียดหรือเปล่า ช่วงนี้เลยรู้สึกเว้นระห่างกับคนค่อนข้างเยอะเหมือนกัน

บางทีการไม่รู้จักกันเลย อาจจะดีกว่า

#15 By gallantfoal on 2009-06-28 19:44

สวัสดีค่ะ น้องเจ้าหญิงน้ำแข็ง

ไว้พี่จะไปหาที่ blog ค่ะ เอิ๊ก ๆ question

#14 By Mrs. Holmes on 2008-07-16 14:28

มาขอบคุณท่านเอกอัครราชทูตค่ะ..

ง่า...เขินจังงงงง..surprised smile

ฝากสวัสดีพี่โฮมห์ด้วยค่า...confused smile
พยายามไม่ก่อความผูกพัน
เพราะไม่อยากเหนื่อยกับการดูแลและรักษาความผูกพัน
ที่มากเกิน...sad smile
แย่ไปไหม

#12 By Arun Liz on 2008-07-15 21:23

ปล. สนใจจะปลูกต้น"รัก" สักกอไหมจ้ะ?
ปลูกที่ใจใครดี อิอิconfused smile
เขียนดีจริงๆพี่สาว
จริงน้องมีกุหลาบหลายพันธุ์ big smile
แต่ละแบบ เขาก็สวย ก็หอมต่างกันไป
บางที เราก็เพลินไปกับสวนสวยๆ
บางที เราก็ฉุนจมูกอยู่ไม่ไหว
แต่แล้วก็ต้องกลับไปสูดกลิ่นอยู่เนืองๆ

อื้มๆๆ
หอมกลิ่นมิตรภาพ big smile

คุณลิงฯ :
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ..ขอเอาไปใช้บางเรื่องโดยเฉพาะเรื่อง "การรับผิดชอบ" ได้สติจริง ๆ ..
ส่วนเรื่องสื่อสารด้วยการเขียนนั้น..เกรงว่าจะไม่ทันการณ์ในการโต้ตอบอ่ะ..ขอเป็นคนพูดรู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องไปก่อนล่ะกันนะคะ..

น้องจุฬ :
แหม..โฆษณากันเห็น ๆ ..อะ..ล้อเล่น..พี่บอกรายละเอียดของหนังสือน้อยไปหน่อยจริง ๆ นั่นแหละ..ขอบคุณนะคะ ที่มาเพิ่มเติมให้..อ้อ..ส่วนเรื่อง โตเกียวไม่มีขา นั้น อ่านแล้ว บอกได้ประโยคเดียวว่า "อยากเป็นผู้ชาย"...

#9 By 12345 on 2008-07-15 16:22

ยาวจังฮะ
รู้แค่ว่า กัมพูชาพริบตาเดียว นี่เป็นของ สนพ. a book
ไม่รู้ว่าเคยอ่าน โตเกียวไม่มีขา หรือยัง
ชอบเล่มนั้นมากกว่า
เงินไม่กี่หมื่น แต่เที่ยวญี่ปุ่นจนคุ้ม
แถมอยากให้เก็บกระเป๋าแล้วไปตะลุยแบบนั้นบ้าง!!

#8 By julluj on 2008-07-15 16:12

อันดับแรก .. คุณปู่อองตวนฯ เนี่ย ผมจำเป็นคุณปู่ กูปรีๆ ทุกทีเลยเชียว
อันดับสอง .. 1411 เขียนอ่านรู้เรื่อง .. บางที อาจจะต้องบอกเจ้านาย
และเพื่อนๆ ด้วยการเขียนจะดีกว่าไหม เอิ๊กๆ ..

อันดับสาม .. ดูหนังคนเดียวเป็นอีกอรรถรสดี .. แต่บางครั้ง
เราก็ไม่ได้ดูหนัง เพื่อที่จะดูหนัง .. การผูกมิตรกับเพื่อนๆ ก็สำคัญนะ

และอันดับสุดท้าย ได้แก่ ... แต๊น แต่น แต้น...!!
การรับผิดชอบ แต่ความสัมพันธ์ ที่ได้ไปเริ่มก่อนั้น ..
บ้างครั้งเราก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างพิถีพิถันพอสมควร

เพราะควาสัมพันธ์ ที่เราค่อยๆเติมลงไปนั้น .. ก่อได้หลายรูป
อาจจะก่อเป็นรูปดอกยิปโซ เล็กๆพองามอยู่ในใจเรา
แต่มันกลับไปก่อเป็นรูปดอกกุหลาบบานสะพรั่งในใจผู้รับ

ซึ่งเรื่องนี้ ก็คล้ายๆการ "ถนอมน้ำใจ" ของพี่ บินหลาฯ
เส้นบางๆ .. ของการรัก หรือแค่ต้องการ ถนอมน้ำใจ ..

อย่างไรก็ตาม .. ดูหนังคนเดียวก็สนุกออกนะ
ถ้ามเจ้าชายน้อย(แห่งไทยมุง) สิ .. ^-^

พี่โฮมห์ค่ะ..
ดีใจจังเลย..
ที่พี่เข้าใจมุกเรือหายของฟุ้ง..
เอิ๊ก ๆ

แต่ฟุ้งไม่กล้าเฉลยอ่ะค่ะ..
ใครอยากรู้ ems. ไปถามพี่โฮมห์ได้นะคะ
อิ อิcry cry

#6 By 12345 on 2008-07-15 15:07

เขียนดีจัง เขียนให้คิดถึงเจ้าชายน้อย

ถ้านุชกับจูนมาอ่านก็ต้องกรี๊ดแหละ

big smile

เกือบรับมุก "เรือหาย" ไม่ทัน question
พี่เข็มขัดสั้นจริง ๆ เลยกับเรื่องคำแบบนี้ question

big smile

อืม... คนชื่อเจ้าหญิงน้ำแข็ง ใช้ได้แฮะฟุ้ง big smile

#5 By Mrs. Holmes on 2008-07-15 14:43

ยัยตูดเป็ด :
บางครั้ง..ความผูกพันก็ทำร้ายเรานะ..เพราะเราไม่สามารถแม้จะคิดถึงเขาได้เลยอ่ะ..เอิ๊ก ๆ เศร้าไปหรือเปล่า??

คุณนีโอ :
อย่าบอกนะว่าตอนนี้เป็นเจ้าชายน้อยของใครอยู่...
เป็นดอกกุหลาบบ้างจิ่..อิ อิ แซวเล่นนะคะ

เจ้าหญิงฯ :
เรากำลังโดนถอนล่ะ..ฮือ ฮือ..
มารับเราไปปลูกที่อื่นที..เอิ๊ก ๆ เอาเรื่องจริงมาล้อเล่น..

#4 By 12345 on 2008-07-15 14:00

เพราะเราจะต้องรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่ผูกพันด้วยตลอดไป ...
เลยเห็นด้วยค่ะ..
ที่คนเราไม่ควรมีดอกกุหลาบมากเกิน ...
...

เราเองก็มีดอกกุหลาบไม่มาก...
จะดูแลตัวเองยังลำบาก..
เวลาที่พอจะรดน้ำดอกไม้เลยไม่ค่อยมี..

...

แต่น่าดีใจ..
ที่เหล่าดอกไม้พวกนี้..
ก็ยังอยู่ให้เราชื่นชม..
ไม่ร่วงโรยจากไปไหน..big smile
...

คุณเจ้าชายน้อยไม่ต้องกลัวนะ..
เราเป็นกุหลาบน้ำแข็ง..
อยู่ทนอยู่แล้ว...
จะอยู่กับคุณไปอีกนานนนนน..

ว่าแต่..
อย่ามาถอนเราทิ้งละกัน...55555
confused smile sad smile
เราไม่ควรอ่าน เอ็นทรี่นี้นาน และ หลายรอบมากเกินไป
เพราะ เราจะรู้จัก กันมากไป ( สะงั้น )
ก่อนที่เราจะไปเขียนเอ็นทรี่ของเรา เราควรอ่านเอ็นทรี่ของคนอื่นบ้าง...( เพราะ เรา จะ ได้ตอบแทนกลับได้เท่ากัน 555 )
บางครั้งการไม่คอมเม้นท์อะไร ม่ายด่าย หมายความว่า เราไม่ได้ คิดอะไรกับการอ่าน
ทฤษฎีความสัมพันธ์ของเจ้าชายน้อย สอนให้รู้จักอะไรหลายๆอย่าง

#2 By (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* on 2008-07-15 12:41

ความผูกพันมักนำสิ่งที่ดีมาสู่เราเสมอน่ะค่ะ
อย่างน้อยก้อทำให้ใจเราได้รับรู้ว่า ยังมีคนห่วงใยเรา และ ยังมีคนที่ให้เราห่วงใยอ่ะค่ะ ...... Happy Day น่ะจ๊ะ big smile